ที่สุดแห่ง the mask singer หน้ากากทุเรียน

จากความน่ารักและน่าเอ็นดูบนเวทีการประกวดทำให้หน้ากากนักร้องอย่าง หน้ากากทุเรียน เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ ‘ทอม Room 39’ เอง แต่ยังรวมไปถึงเวทีแข่งขันแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งนอกจาก หน้ากากทุเรียน จะเป็นที่รู้จักในบ้านเราแล้วยังเป็นที่รู้จักในต่างประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะฝีมือในการร้องเพลงที่ทำเอาต่างชาติอึ้งไปตามๆ กัน วันนี้เราจึงอยากขอนำเสนอข้อมูลของหน้ากากทุเรียนที่น่าสนใจให้แก่ทุกท่านค่ะ

ใครคือ “หน้ากากทุเรียน”

หน้ากากทุเรียน คือ “ทอม รูม 39” หลังสร้างปรากฏการณ์ฟีเวอร์ให้แก่รายการทีวี หน้ากากนักร้อง จนดังแบบสุดๆ จนฉุดไม่อยู่ด้วยฝีมือของหน้ากากแชมป์ นั่นคือ ทอม รูม 39 คือใครกันนั้นวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกันค่ะ

เปิดประวัติทอม รูม 39

  • ชื่อ: ทอม อิศรา  กิจนิตย์ชีว์
  • เกิดวันที่: 2 มิถุนายน 2531
  • การศึกษา: เคยศึกษาที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 และย้ายไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา จนจบสาขา recoding production
  • ผลงาน: ทอมเคยออกอัลบัมเพลงตั้งแต่เด็ก (ทอมตามหาเจอร์รี่) ปัจจุบันเป็นักร้องนำวง รูม 39 (Room 39) สังกัด Love is มีสมาชิกร่วมวงอีก 2 คน คือ มน-ชุติมน  วิจิตรทฤษฎี และแว่นใหญ่-โอฬาร  ชูใจ

รวมเพลงตลอดการแข่งขันของ “หน้ากากทุเรียน”

จากระยะเวลาทั้งหมด 8 สัปดาห์ตลอดการแข่งขันของรายการหน้ากากนักร้อง คนไทยทั่วทั้งประเทศต่างอึ้ง ทึ่ง และงุนงงกับ “หน้ากากทุเรียน” สุดตะมุตะมิคนนี้ว่าเข้าคือใครกันแน่? วันนี้เราได้รวบผลงานเพลงทั้งหมดที่ “หน้ากากทุเรียน” ได้ใช้ตลอดการแข่งขัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันค่ะ

รอบที่ 1 ทุเรียน ปะทะ ทักซิโด้

ในรอบแรกของการแข่งขัน “หน้ากากทุเรียน” ที่เจอกับหน้ากากทักซิโด้ที่เลือกเพลง ไม่รักดี มาใช้ในการแข่งขัน ในขณะที่ทุเรียนได้เลือกผลงานเพลงสากลของ Alicia Keys อย่าง If I Ain’t Got You มาสู้ และสามารถเอาชนะไปได้อย่างสวยงาม เนื่องด้วยการร้องที่นุ่มหูและสำเนียงภาษาอังกฤษที่มีความชัดเจนเหมือนกับเจ้าของภาษามาเอง การชนะครั้งแรกของหน้ากากทุเรียนจึงจบไปแบบสวยๆ นั่นเอง

รอบที่ 2 ทุเรียน ปะทะ ระฆัง

ในรอบที่สองของการแข่งขัน “หน้ากากทุเรียน” ได้เลือกร้องเพลงไทย ซึ่งเป็นแนวเพลงไทยเพลงเดียวที่ หน้ากากทุเรียนเลือกนำมาใช้ตลอดทั้งการแข่งขัน นั่นคือเพลง มือปืน ของ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ และด้วยสไตล์การร้องที่ผสมผสานระหว่างแบบตั้นฉบับและ R&B เข้าด้วยกัน ทำให้เพลงมือปืนมียอมทะลุร้อยกว่าล้านวิวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสามารถเอาชนะหน้ากากระฆัง ที่เลือกใช้เพลง All of me ของ John Legend ไปได้อย่างสวยงาม และทุกวันนี้เพลงมือปืน ในเวอร์ชันของทุเรียนก็ยังคงติดหูชาวไทยอยู่

รอบที่ 3 ทุเรียน ปะทะ โพนี่

ในรอบที่สามนี้เป็นรอบ group final ของทีม A โดยที่หน้ากากนักร้องทั้งคู่ได้ร้องเพลง ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอคู่กันก่อนที่จะปะทะกันด้วยเพลง Without you ที่หน้ากากโพนี่ได้นำผลงานของ Mariah Carey มาใช้ในการแข่งขัน และหน้ากากทุเรียนก็ได้เลือกผลงานเพลง Lay me down ของ Sam Smith มาใช้ในสู้ในศึกครั้งนี้ ซึ่งสามารถกล่อมผู้คนในห้องส่งให้เคลิ้มไปกับเสียงอันไพเราะ แต่แฝงไปด้วยพลังของทุเรียนได้ จึงทำให้ชนะศึกในครั้งนี้ จนได้เป็นแชมป์ของสายไปเรียบร้อย

รอบที่ 4 ทุเรียน ปะทะ จิงโจ้

ในรอบสุดท้ายของซีซั่นนี้ แชมป์ของแต่ละสายก็จะต้องมาปะทะกันโดย “หน้ากากทุเรียน” แชมป์ของสาย A ต้องปะทะกับแชมป์ของสาย D นั่นคือ หน้ากากจิงโจ้ ที่ได้เลือกนำเพลงฮิตอย่าง Versace on the floor ของนักร้องดังอย่าง Bruno Mars มาใช้ในการประชันกับหน้ากากทุเรียนในผลงานเพลงของ Adele ในเพลง Set fire to the rain ที่มีผู้ชมเข้ามาชมใน Youtube สูงถึง 80 กว่าล้านวิว และยังมีชาวต่างชาติจำนวนมากที่ทำคลิปวิดีโอระหว่างดูหน้ากากทุเรียนร้องเพลงนี้ จึงทำให้ทุเรียนโด่งดังไปทั่วโลก เนื่องจากวิธีการร้องที่ได้คัดลอกโทนเสียงอันทรงพลังของ Adele มาใช้ในช่วงแรก และจบด้วยการใช้พลังเสียงของเขาอย่างสวยงามทำให้เข้าเป็นผู้เข้าชิงในรอบสุดท้ายต่อไป

รอบที่ 5 ทุเรียน ปะทะ อีกาดำ

สำหรับรอบสุดท้ายของการแข่งขัน (Champ of the champ) หน้ากากทุเรียน ได้เลือกใช้เพลงลูกทุ่ง เพลงจดหมายฉบับสุดท้าย มาใช้ในการแข่งขันกับหน้ากากอีกาดำ (อย่าหยุดยั้ง) ซึ่งนับว่าเป็นการเซอร์ไพรส์ผู้ชมและคณะกรรมการแบบสุดๆ เพราะลีลาการร้องที่เขาได้ทำไว้นับว่าเปรียบเสมือนนักร้องลูกทุ่งมืออาชีพคนนึงเลยก็ว่าได้ และหน้ากากทุกเรียนก็เอาชนะจนเป็นแชมป์ไปได้ในซีซี่นที่ 1 นี้

จากทุกรอบของการแข่งขันจะเห็นได้ว่าแนวเพลงที่ “หน้ากากทุเรียน” ได้เลือกใช้นั้น ค่อนข้างที่จะมีความหลากหลาย เช่น เพลงสตริง เพลงลูกทุ่ง เพลงสากล หรือเพลงแนว R&B เป็นต้น ซึ่งการเลือกแนวเพลงที่หลากหลายมาใช้ในการแข่งขันนี้ทำให้สามารถเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของ “หน้ากากทุเรียน” ได้เป็นอย่างดี นอกจากแนวเพลงแล้วการตอบคำถามของหน้ากากทุเรียนยังสร้างสันและความน่ารักให้กับผู้ชมอีกด้วย หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านได้รู้จัก “หน้ากากทุเรียน” กันมากยิ่งขึ้นนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *